หลวงพ่อ ดร.สะอาด Web

พฤศจิกายน 2, 2009

ประมวลรูปภาพ การหลีกเร้นปฏิบัติ รุ่นที่ ๑๐

Filed under: หลักสูตร7วัน — Abhiboono Bhikku @ 5:51 pm

รูปภาพที่มีคำบรรยายด้วยหาดูได้จาก Flickr ตามลิงค์นี้ได้ http://www.flickr.com/photos/24794725@N00/sets/72157622699553100/detail/

ตุลาคม 31, 2009

ประมวลภาพ Highlight การหลีกเร้นปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา

Filed under: หลักสูตร7วัน — Abhiboono Bhikku @ 8:45 pm

ผู้ต้องการชมรูบที่ถ่ายไว้สำหรับการหลีกเร้นครั้งล่าสุดนี้ สามารถดูได้ ที่นี่ <= http://www.flickr.com/photos/24794725@N00/

ได้แยกเป้นหมวดหมู่ไว้ให้ด้วย

 

นายจำลอง จาก จ.หนองบัวลำภู กำลังเดินกลับไปกลับมา มีสติอยู่ในกาย

เดินจงกรม

มีการเดินจงกรม

 

 

ปฏิบัติร่วมกันในศาลา

นั่งสมาธิร่วมกันในศาลาปฏิบัติธรรม

นั่งสมาธิในศาลา

ฯลฯ

ปล. ค่อนข้างมีปัญหากับสัญญาณดาวเทียมอินเตอร์เน็ท และ โทรศัพท์มาก ทำให้การ upload รูปภาพ และ VDO ทำได้อย่างล่าช้า ให้ลูกศิษย์หลวงพ่อทั้งหลายคอยติดตาม update  ต่อ ๆ ไป

ตุลาคม 28, 2009

ถึงผู้ยินดีในการหลีกเร้นทั้งหลาย

Filed under: หลักสูตร7วัน — Abhiboono Bhikku @ 10:01 am

อริยะสาวกนั้น ไม่มีความพอใจหยุดอยู่เพียงแค่ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าอย่างไม่หวั่นไหว แต่ พยายามยิ่งให้ขึ้นไป คือ เพื่อความวิเวกในกลางวัน เพื่อความหลีกเร้นในกลางคืน

เมื่ออริยสาวกนั้น เป็นผู้ไม่ประมาทอยู่อย่างนี้, ปราโมทย์ (ความบันเทิงใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อปราโมทย์แล้ว ปีติ(ความอิ่มใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อมีใจปีติ กายก็สงบระงับ ; ผู้มีกายสงบ ย่อมรู้สึกเป็นสุข ; จิตของ ผู้มีสุข ย่อมตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) เมื่อจิตตั้งมั่น ธรรม (ที่ยังไม่เคยปรากฏ) ย่อมปรากฏ ; เพราะความปรากฏแห่งธรรม อริยสาวกนั้น ย่อมถึงซึ่งการนับ ได้ว่าเป็นผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท โดยแท้.

- มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๐๑/๑๖๐๒ (อ/๑๔๖๒)

แน่นอนว่าเมื่อมาหลีกเร้นแล้ว จะพบความสุขอันเกิดจากความสงบ และเมื่อกลับไปบ้านแล้ว ก็สามารถปฏิบัติต่อได้ เพราะการปฏบัติเป็นความเพียรทางจิต ทำที่ไหนก็ได้ เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ และถ้ามีเวลาก็มาหลีกเร้นบ้าง มาช่วยงานธรรมบ้าง

พระพุทธเจ้าของเราก็หลีกเร้นเป็นตัวอย่าง โดยบางครั้งก็หายหน้าหายตาไปเข้าป่าอยู่ผู้เดียวเป็นเวลา15 วันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง หรือ 3 เดือนบ้าง ให้แต่ภิกษุที่เข้าไปส่งอาหารบิณฑบาตรเท่านั้น

“อย่าพึงหยุดอยู่เพียงความดีเท่านั้น แต่พยายามสืบต่อความดีให้ยิ่งขึ้นไปอีก”

ปลายปี 2553 คิดว่าจะได้จัดให้มีหลักสูตรหลีกเร้น 15 วัน รับเฉพาะผู้หลีกเร้นเก่าเท่านั้น ถ้าสนใจให้ใส่ comment ไว้ จะได้ทราบว่ามีคนสนใจและจะได้ดำเนินการต่อไป

ตุลาคม 2, 2009

ปฏิทินการปฏิบัติประจำปี 2553

Filed under: หลักสูตร7วัน — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 4:36 am

การปฏิบัติหลีกเร้น ใน ปี 2553 (2010) มี 9 ครั้งดังนี้

  • กุมภาพันธ์ 6 – 14
  • เมษายน 17 – 25
  • พฤษภาคม 1 – 9
  • กรกฏาคม 3 – 11
  • สิงหาคม 7 – 15
  • กันยายน 11 – 19
  • ตุลาคม 9 – 17
  • พฤศจิกายน 13 – 21
  • ธันวาคม   4 – 12

โปรดสมัครล่วงหน้า อย่างน้อย 10 วัน เพื่อจะได้เตรียมเรื่องสถานที่ให้พร้อม

ปฏิทินการปฏิบัติในปี 2552 ยังมีอีก 2 ครั้งดังนี้

  • 2552 ตุลาคม 17 – 25  (เกือบเต็มแล้ว)
  • 2552 ธันวาคม  5 – 13

กันยายน 30, 2009

ผู้ว่าง่าย

Filed under: ทั่วไป — Abhiboono Bhikku @ 9:43 pm

ภิกษุ ท ! ภิกษุบางรูป ในกรณีนี้ เป็นผู้สงบเสงี่ยมเต็มที่อยู่ได้ อ่อนน้อมถ่อมตนเต็มที่อยู่ได้ เยือกเย็นเต็มที่อยู่ได้ เพียงชั่วเวลาที่ถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบเท่านั้น ก็เมื่อใดถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบอยู่ ก็ยังสงบเสงี่ยมอยู่ได้ นั่นแหละจึงเป็นที่รู้กันได้ว่าสงบเสงี่ยมจริง, ยังอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ได้ จึงจะอ่อนน้อมถ่อมตนจริง, ยังเยือกเย็นอยู่ได้ จึงจะว่าเยือกเย็นจริง.

ภิกษุ ท ! ภิกษุใด เป็นผู้ว่าง่าย หรือถึงความเป็นผู้ว่าง่าย เพราะ เหตุเพื่อจะได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานเภสัช เราไม่กล่าวภิกษุนั้นว่าเป็นผู้ว่าง่ายเลย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ข้อนั้นเพราะเหตุว่า ภิกษุนี้เมื่อไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช อยู่ ก็จะไม่เป็นผู้ว่าง่าย ไม่ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย.

ภิกษุ ท ! ส่วนภิกษุใด สักการะธรรมอยู่ เคารพธรรมะอยู่ นอบ น้อมธรรมมะอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่ายอยู่ : นั่นแหละเรากล่าวว่า ผู้ว่าง่ายแท้จริง.  ภิกษุ ท ! เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ เธอทั้งหลาย พึงทำการศึกษาสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราจักเป็นผู้สักการะธรรมอยู่เคารพธรรมะอยู่นอบน้อมธรรมะอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย” ดังนี้

– มู. ม. ๑๒/๒๕๔/๒๖๖

เจ้านายให้เงินเดือนเรา เราจึงเป็นผู้ว่าง่าย (เพราะเหตุแห่งจีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และเภสัช) นั้นไม่ใช่ผู้ว่าง่ายที่แท้จริงเด้อ

สิงหาคม 5, 2009

มาวิเวกหลีกเร้น

Filed under: หลักสูตร7วัน — Abhiboono Bhikku @ 5:22 pm

การปฏิบัติสมาธิวิปัสสนาสามารถทำได้ตลอดเวลา เพราะทำที่กาย ทำที่จิต ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ ก็จงปฏิบัติให้เป็นผู้ไม่ลืมหลงในลมได้

เพราะฉะนั้นการมาเข้าคอร์สปฏิบัติ 7 วันนั้น จงอย่าคิดว่าเป็นแค่การมาฝึกปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็นการมา “วิเวกหลีกเร้น” โดยใช้สถานที่ของวัดป่าฯให้เป็นประโยชน์

การวิเวกหลีกเร้นนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ดังที่พระผู้มีพระภาคเคยตรัสไว้ว่า

เธอ ผู้หลีกเร้น ย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง, รู้ได้ตามเป็นจริงซึ่งอะไรเล่า ? เป็นจริง ซึ่ง ความจริงอันประเสริฐ ว่า “นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดความดับไม่เหลือของทุกข์, และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับของทุกข์;” ดังนี้.

พวกเธอทั้งหลาย จงประกอบความเพียรในการหลีกเร้นเถิด. เธอผู้หลีกเร้น ย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง.

ดังนั้นในปีหนีง ๆ ควรจะหาเวลามา “วิเวกหลีกเร้น” สัก 1-2 ครั้ง เป็นเวลาครั้งละ 7 วัน หรือถ้ามีความพอใจในการช่วยเหลือผู้อื่นในการ วิเวกหลีกเร้น ก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยงานธรรมได้ เรายังขาดผู้ช่วยงานธรรม อยู่มากทีเดียวในตอนนี้

สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ การหลีกเร้น (หลักสูตร 7 วัน) ได้ที่นี่

คอยพบกับสิ่งใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ คือ

  1. ตารางหลักสูตร ปี 2553
  2. เว็บไชท์ใหม่ของวัดป่าดอนหายโศก

กรกฎาคม 23, 2009

ธุดงควัตร 1

Filed under: พระวินัย, ศีล — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 9:56 pm

ในพรรษานี้ ที่วัดป่าดอนหายโศกมีพระที่ถึอธุดงควัตร หลวงพ่อจึงมีความพอใจที่จะอธิบายเรื่องธุดงควัตรให้ลูกศิษย์ที่ทราบแล้ว หรือยังทราบไม่ละเอียด หรือที่ต้องการทราบให้อ่านกัน โดยจะต้องใช้ post หลาย posts ด้วยกันอยู่

ในตอนแรกนี้จะอธิบายให้ทราบถึงธุดงควัตรที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ทั้งหมดโดยสังเขปก่อนดังนี้คือ

  1. สมาทานถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
  2. สมาทานถือเพียงเฉพาะผ้าไตรจึวรเป็นวัตร
  3. สมาทานถือเที่ยวบิณฑบาตรเป็นวัตร
  4. สมาทานถือฉันเฉพาะอาหารที่ได้จากการบิณฑบาตรเป็นวัตร
  5. สมาทานถือฉันวันละมื้อเดียวเป็นวัตร
  6. สมาทานถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
  7. สมาทานถือห้ามภัตที่นำมาถวายภายหลังเป็นวัตร
  8. สมาทานถืออยู่ป่าเป็นวัตร
  9. สมาทานถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร
  10. สมาทานถืออยู่ที่แจ้งเป็นวัตร
  11. สมาทานถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร
  12. สมาทานถืออยู่ในที่เขาจัดไว้ให้อย่างไรเป็นวัตร
  13. สมาทานถือไม่นอนเป็นวัตร

ธุดงควัตรบางข้อนี้ก็ทำพร้อมกันได้ บางข้อก็ทำพร้อมกันไม่ได้

ธุดงควัตรเป็นสิ่งที่หนุนศีล และทำให้จิตใจเข้มแข็งขี้น

ในคราวต่อไปจะอธิบายให้ทราบถึงจุดประสงค์การสมาทานธุดงค์ และรายละเอียดของธุดงควัตรแต่ละข้อ

มิถุนายน 22, 2009

ยาตามธรรมวินัย

Filed under: พระวินัย — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 7:09 pm

วันนี้ได้รับมะขามป้อมอบแห้ง ซึ่งเป็นยาที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ภิกษุฉันได้ในเวลาวิกาล (หลัง 12.00น.)

นอกจากนี้ยังมี “เภสัช 5″ ซึงพระผู้มีพระุภาคอนุญาติให้เป็นยาได้อีก นั่นคือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย. รวมถึงส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ที่ใช้เป็นยาได้ด้วย

มิถุนายน 17, 2009

อานิสงส์การแผ่เมตตา

Filed under: สมาธิภาวนา, หลักสูตร7วัน, อานิสงส์ — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 9:54 pm

เมื่อแผ่เมตตาแล้วอย่างถูกต้อง พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ อย่างนี้ คือ

  1. หลับเป็นสุข
  2. ตื่นเป็นสุข
  3. ไม่ฝันร้าย
  4. เป็นที่รักของพวกมนุษย์
  5. เป็นที่รักของพวกอมนุษย์
  6. เทพยดารักษา
  7. ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาตราก็ดี ไม่ต้องบุคคลนั้น
  8. จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว
  9. สีหน้าผุดผ่อง
  10. ไม่หลงทำกาละ
  11. เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมเกิดในพรหมโลก

ในหลักสูตรการปฏิบัติ 7 วัน ที่วัดป่าดอนหายโศกนั้น นอกจากการทำเมตตาภาวนาทุกวันแล้ว ยังให้ทมีการทำำพรหมวิหารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย (ได้แก่ เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา)

มิถุนายน 16, 2009

การแผ่เมตตาให้แก่ตนและคนอื่น

Filed under: สมาธิภาวนา — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 10:19 pm

มีบทว่าดังนี้

อหัง สุขิืโต โหมิ: ขอเราจงถึงซึ่งความสุขเถิด

นิทฺทุกโข โหมิ: ขอเราจงปราศจากความทุกข์เถิด

อเวโร โหมิ: ขอเราจงอย่าได้มีเวรมีภัยเลย

อัพยาปัชโฌ โหมิ: ขอเราอย่างได้มีความเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีโฆ โหมิ: ขอเราจงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ: ขอเราจงเป็นผู้มีความสุข รักษาตนอยู่เถิด

(ติดตามตอนต่อไปในเรื่องของอานิสงส์ของการแผ่เมตตา)

หน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com .