Browsing All Posts published on »June 13th, 2008«

อนุโมทนากับรุ่น 1

June 13, 2008 by

4

ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งใน 62 คนที่มาใช้ชีวิตแบบพระป่า ระหว่างวันที่ 20-28 เมษายน 2551 ณ วัดป่าดอนหายโศก โดยไดู้้เข้ารับการอบรมสมาธิวิปัสสนา โดยหลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส ท่านคงจะได้ประสบความสุขในใจมากบ้าง น้อยบ้างต่างกันไปแต่ละบุคคล ดั่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “บุคคลควรรู้จักการวินิจฉัยในความสุข เมื่อรู้จักการวินิจฉัยความสุขแล้ว ควรประกอบความสุขชนิดที่เป็นภายใน” – พระผู้มีพระภาค (อุปริ ม. ๑๔/๔๒๗/๖๕๙.) ในช่วงวันดังกล่าวนั้นเป็นเวลาที่วัดป่าดอนหายโศกนี้สงบมาก สงบจริง ไ่ม่เคยสงบอย่างนี้มาก่อน เพราะถ้าลองเปรียบเทียบกระแสพลังงาน ในวันที่ไม่มีใครมาวัดฯเลย (มีแค่พระ 2-3 รูป) กับวันที่มีมากกว่า 62 ชีวิตมาร่วมกันปฏิบัติธรรมด้วยความหลีกเร้น มันไม่เหมือนกัน ในช่วงการปฏิบัติธรรม หลักสูตร 7 วัน นั้นสงบกว่ามาก ๆ นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งกับท่านทั้งหลายที่ได้มาร่วมภาวนากัน สำหรับท่านที่ยังไม่ได้มาร่วมปฏิบัติธรรมหลักสูตร7วัน สามารถเยื่ยมชมเว็บนี้ได้เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกียวกับหลักสูตร หรือเกียวกับการภาวนาก็ได้ สาธุฯ ปล. การระบุความเห็นของท่านในตอนท้ายของแต่ละ post (ประกาศ) จะทำให้เราทราบถึงความรู้สึกของท่านได้

มาอบรมจิตให้บริสุทธิ์

หลวงพ่ออยากให้ทุกคนมาร่วมปฏิบัติธรรมในหลักสูตร 7 วัน ที่วัดป่าดอนหายโศก เพื่อทำใจให้เข้าถึงความบริสุทธิ์ ในหลักสูตร ๗ วันนี้ หลวงพ่อจะได้สอนวิธิปฏิบัติให้ ส่วนผู้ที่ทราบวิธิปฎิบัติอยู่แล้ว ก็ให้มากันทำให้สมาธิเราละเอียดลงไปเรื่อย ๆ เหมือนการสับหมู ที่ต้องสับแล้วสับอีก สับแล้วสับอีก เหมือนภาษาอังกฤษที่ว่า “Repetition is Mother of Skill”

อานิสงส์ในการเดินจงกรม

ภิกษุ ท.! อานิสงส์ในการเดิน (จงฺกม) ๕ อย่าง มีอยู่. ห้าอย่าง อย่างไรเล่า ? ห้าอย่าง คือ เป็นผู้อดทนต่อการเดินทางไกล เป็นผู้อดทนต่อการทำความเพียร เป็นผู้มีอาภาธน้อย สิ่งที่กินแล้ว ดื่มแล้ว เคี้ยวแล้ว ลิ้มแล้ว ย่อมถึงการย่อยด้วยดี สมาธิที่ได้ในขณะแห่งการเดิน ย่อมตั้งอยู่ได้นาน ภิกษุ ท.! อานิสงส์ในการเดิน ห้าอย่างเหล่านี้แล. – ปญฺจก. อํ. ๒๒/๓๑/๒๙

อานาปานสติกรรมฐาน มีอานิสงส์ 12 ประการ

สามารถตัดเสียซึ่งวิตก มีกามวิตก เป็นตัน เพราะเป็นธรรมอันละเอียดและประณีต เป็นธรรมเครื่องพักอยู่อันละมุนละไมและเป็นสุข เจริญให้มาก ทำให้มากแล้วย่อมยังสติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์ เมื่อสติปัฎฐาน 4 อันบุคคลเจริญให้มากทำให้มากแล้ว ย่อมยังโพชงฌ์ 7 ให้บริบูีรณ์ เมื่อบุคคบยังโพชงฌ์ 7 ให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ ผู้ที่ได้สำเร็จอรหัตผล โดยอาศัยการเจริญอานาปานสติกรรมฐานเป็นบาท ย่อมกำหนดรู้ในอายุสังขารของตนว่าจะอยู่ไปได้เท่าไร และสามารถรู้กาลเวลาที่จะปรินิพพานด้วย หลับเป็นสุข ไม่ดิ้นรน ตื่นก็เป็นสุขคือมีใจเบิกบาน มีร่างกายสงบเรียบร้อย (มีกายไม่โยกโคลง) มีหิริโอตตัปปะ น่าเลื่อมใส มีอัธยาศัยประณีต เป็นที่รักของคนทั้งหลาย ถ้ายังไม่ได้สำเร็จมรรค ผล นิพพาน เมื่อธาตุขันธ์แตกดับลงก็มีสุตคิโลกสวรรค์เป้นที่ไปในเบื้องหน้า

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.