ถึงผู้ยินดีในการหลีกเร้นทั้งหลาย

Posted on October 28, 2009 by

17


อริยะสาวกนั้น ไม่มีความพอใจหยุดอยู่เพียงแค่ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าอย่างไม่หวั่นไหว แต่ พยายามยิ่งให้ขึ้นไป คือ เพื่อความวิเวกในกลางวัน เพื่อความหลีกเร้นในกลางคืน

เมื่ออริยสาวกนั้น เป็นผู้ไม่ประมาทอยู่อย่างนี้, ปราโมทย์ (ความบันเทิงใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อปราโมทย์แล้ว ปีติ(ความอิ่มใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อมีใจปีติ กายก็สงบระงับ ; ผู้มีกายสงบ ย่อมรู้สึกเป็นสุข ; จิตของ ผู้มีสุข ย่อมตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) เมื่อจิตตั้งมั่น ธรรม (ที่ยังไม่เคยปรากฏ) ย่อมปรากฏ ; เพราะความปรากฏแห่งธรรม อริยสาวกนั้น ย่อมถึงซึ่งการนับ ได้ว่าเป็นผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท โดยแท้.

- มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๐๑/๑๖๐๒ (อ/๑๔๖๒)

แน่นอนว่าเมื่อมาหลีกเร้นแล้ว จะพบความสุขอันเกิดจากความสงบ และเมื่อกลับไปบ้านแล้ว ก็สามารถปฏิบัติต่อได้ เพราะการปฏบัติเป็นความเพียรทางจิต ทำที่ไหนก็ได้ เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ และถ้ามีเวลาก็มาหลีกเร้นบ้าง มาช่วยงานธรรมบ้าง

พระพุทธเจ้าของเราก็หลีกเร้นเป็นตัวอย่าง โดยบางครั้งก็หายหน้าหายตาไปเข้าป่าอยู่ผู้เดียวเป็นเวลา15 วันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง หรือ 3 เดือนบ้าง ให้แต่ภิกษุที่เข้าไปส่งอาหารบิณฑบาตรเท่านั้น

“อย่าพึงหยุดอยู่เพียงความดีเท่านั้น แต่พยายามสืบต่อความดีให้ยิ่งขึ้นไปอีก”

ปลายปี 2553 คิดว่าจะได้จัดให้มีหลักสูตรหลีกเร้น 15 วัน รับเฉพาะผู้หลีกเร้นเก่าเท่านั้น ถ้าสนใจให้ใส่ comment ไว้ จะได้ทราบว่ามีคนสนใจและจะได้ดำเนินการต่อไป