หลีกเร้นปฏิบัติ สมาธิวิปัสสนาในหลักสูตร 7 วัน ที่กำลังจะเร่ิมขึ้นในวันนี้ 3 – 11 กรกฎาคม 2553 นี้ เป็นการที่เรียกว่า เปิดศักราชใหม่ การสอนทีเดียว ได้ update หมายเลข fax ใหม่, email ใหม่, ทั้ง facebook และ ทวิตตเตอร์ เมื่อมีรูปภาพหรือ ส่ิงใดมา หลวงพ่อก็จะ update ให้ทุกคนได้ดูกันน่ะ
คลอดแล้ว ตารางการหลีกเร้นปฏิบัติ ประจำปี 2554 (อย่างน้อยก็ครึ่งปีแรก) มีดังนี้ มกราคม: 8-16 กุมภาพันธ์: 5-13 มีนาคม: 12-20 เมษายน: 9-17 พฤษภาคม: 30 เม.ย. – 8 พค. มิถุนายน: 4-12
การหลีกเร้นปฏิบัติในหลักสูตร จากพุทธโอษฐ์ 7 วัน ณ วัดป่าดอนหายโศก ได้สอนการทำสมาธิด้วยการหายใจ หรือ อานาปานสติ อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อ ก็ได้เคยฝึก การทำสมาธิด้วยการบริกรรม “พุทโธ” ตามที่ครูบาอาจารย์ของท่านได้เคยสอน มาเป็นเวลานานเช่นเดียวกัน การหลีกเร้นปฏิบัติที่วัดป่าดอนหายโศก เราเน้นเรื่องการปฏิบัติตาม ที่ พระพุทธเจ้าสอน คือ พุทธโอษฐ์ เพราะฉะนั้น เราควรต้องรักษาจิต มากกว่า รักษา “พุทโธ” หรือ รักษา “ลมหายใจ” จุดประสงค์ของ post นี้ ก็เพื่อให้ลูกศิษย์ ลูกหาได้ทราบว่า การภาวนานั้น เอาจิตเป็นหลัก ไม่ได้เอาวิธีการเป็นหลัก เอวัง
นี้เป็นรูปภาพที่เก็บตก จากการหลีกเร้นครั้งล่าสุด (เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา) อุปกรณ์ช่วยผู้หลีกเร้น ในการนั่งสมาธิในแต่ละช่วง มีทั้งที่ใช้ทา ใช้ดม ใช้ถู ใช้นวด มีทั้งที่เป็นสีเขียว สีเหลือง สีใส สีขาว มีทั้งที่เป็นกระปุก เป็นหลอด เป็นขวด รูปทรงต่างๆ ให้ได้หยิบฉวยใช้สอยเมื่อจำเป็น ผู้หลีกเร้นท่านนี้ใช้เบาะรองนั่งที่จัดไว้ให้ สูงถึงสามชั้น (บวกกับที่รองพื้นอีก สองชั้น) ผู้หลีกเร้นท่านนี้ ใช้หมอนรองเข่า และเบาะอีกหลากอันที่จัดไว้ให้ปรับแต่งเป็นที่นั่งอย่างสบายเพื่อสู้กับกิเลสภายใน นี้เป็นภาพเก็บตก อาสนะของผู้หลีกเร้นบางส่วน จากศาลาปฏิบัติธรรม วัดป่าดอนหายโศก
วิปัสสนา ที่วัดป่า ดอนหายโศก หลีกเร้นโลก เจ็ดวัน นั้นดีเหลือ ทั้งหลวงพ่อ พระอาจารย์ ท่านเอื้อเฟื้อ มากญาติโยม ต่างจุนเจือ และเมตตา สองวันแรก ผ่านไป ใจแทบขาด เหนื่อยอนาจ หนักใจ รอดไหมหนา ทั้งเช้าสาย บ่ายค่ำ วิปัสสนา ปวดเหน็บชา เหมือนร่างแยก แตกจากกัน “นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง” อาจารย์สอน สติอ่อน ปัญญาน้อย ค่อยขยัน ดึกเช้าสาย บ่ายเย็น ทุกวี่วัน ให้บากบั่น ทำความเพียร อย่างตั้งใจ วันที่สาม มาถึง จึงได้เห็น แสงโอภาส ฉ่ำเย็น เป็นไฉน เป็นแสงสุข สว่างโล่ง กว่าแสงใด น้ำตาไหล อาบแก้ม อย่างยินดี เกิดปิติ สุขนิ่ง เฉพาะตน ที่บุคคล จะเข้าถึง ซึ่งสุขนี้ ก้มลงกราบ… [Read more…]
รูปภาพที่มีคำบรรยายด้วยหาดูได้จาก Flickr ตามลิงค์นี้ได้ http://www.flickr.com/photos/24794725@N00/sets/72157622699553100/detail/
ผู้ต้องการชมรูบที่ถ่ายไว้สำหรับการหลีกเร้นครั้งล่าสุดนี้ สามารถดูได้ ที่นี่ <= http://www.flickr.com/photos/24794725@N00/ ได้แยกเป้นหมวดหมู่ไว้ให้ด้วย มีการเดินจงกรม นั่งสมาธิในศาลา ฯลฯ ปล. ค่อนข้างมีปัญหากับสัญญาณดาวเทียมอินเตอร์เน็ท และ โทรศัพท์มาก ทำให้การ upload รูปภาพ และ VDO ทำได้อย่างล่าช้า ให้ลูกศิษย์หลวงพ่อทั้งหลายคอยติดตาม update ต่อ ๆ ไป
อริยะสาวกนั้น ไม่มีความพอใจหยุดอยู่เพียงแค่ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าอย่างไม่หวั่นไหว แต่ พยายามยิ่งให้ขึ้นไป คือ เพื่อความวิเวกในกลางวัน เพื่อความหลีกเร้นในกลางคืน เมื่ออริยสาวกนั้น เป็นผู้ไม่ประมาทอยู่อย่างนี้, ปราโมทย์ (ความบันเทิงใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อปราโมทย์แล้ว ปีติ(ความอิ่มใจ) ย่อมเกิดขึ้น ; เมื่อมีใจปีติ กายก็สงบระงับ ; ผู้มีกายสงบ ย่อมรู้สึกเป็นสุข ; จิตของ ผู้มีสุข ย่อมตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) เมื่อจิตตั้งมั่น ธรรม (ที่ยังไม่เคยปรากฏ) ย่อมปรากฏ ; เพราะความปรากฏแห่งธรรม อริยสาวกนั้น ย่อมถึงซึ่งการนับ ได้ว่าเป็นผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท โดยแท้. - มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๐๑/๑๖๐๒ (อ/๑๔๖๒) แน่นอนว่าเมื่อมาหลีกเร้นแล้ว จะพบความสุขอันเกิดจากความสงบ และเมื่อกลับไปบ้านแล้ว ก็สามารถปฏิบัติต่อได้ เพราะการปฏบัติเป็นความเพียรทางจิต ทำที่ไหนก็ได้ เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ และถ้ามีเวลาก็มาหลีกเร้นบ้าง มาช่วยงานธรรมบ้าง พระพุทธเจ้าของเราก็หลีกเร้นเป็นตัวอย่าง โดยบางครั้งก็หายหน้าหายตาไปเข้าป่าอยู่ผู้เดียวเป็นเวลา15 วันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง… [Read more…]
ภิกษุ ท ! ภิกษุบางรูป ในกรณีนี้ เป็นผู้สงบเสงี่ยมเต็มที่อยู่ได้ อ่อนน้อมถ่อมตนเต็มที่อยู่ได้ เยือกเย็นเต็มที่อยู่ได้ เพียงชั่วเวลาที่ถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบเท่านั้น ก็เมื่อใดถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบอยู่ ก็ยังสงบเสงี่ยมอยู่ได้ นั่นแหละจึงเป็นที่รู้กันได้ว่าสงบเสงี่ยมจริง, ยังอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ได้ จึงจะอ่อนน้อมถ่อมตนจริง, ยังเยือกเย็นอยู่ได้ จึงจะว่าเยือกเย็นจริง. ภิกษุ ท ! ภิกษุใด เป็นผู้ว่าง่าย หรือถึงความเป็นผู้ว่าง่าย เพราะ เหตุเพื่อจะได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานเภสัช เราไม่กล่าวภิกษุนั้นว่าเป็นผู้ว่าง่ายเลย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ข้อนั้นเพราะเหตุว่า ภิกษุนี้เมื่อไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช อยู่ ก็จะไม่เป็นผู้ว่าง่าย ไม่ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย. ภิกษุ ท ! ส่วนภิกษุใด สักการะธรรมอยู่ เคารพธรรมะอยู่ นอบ น้อมธรรมมะอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่ายอยู่ : นั่นแหละเรากล่าวว่า ผู้ว่าง่ายแท้จริง. ภิกษุ ท ! เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้… [Read more…]
July 3, 2010
2