ปิดภาคเรียนฤดูร้อนปี 2555
มีการเปลี่ยนแปลงรอบการหลีกเร้นประจำเดือน มีนาคม. เพื่อต้อนรับการปิดภาคเรียนดังนี้
มีการเปลี่ยนแปลงรอบการหลีกเร้นประจำเดือน มีนาคม. เพื่อต้อนรับการปิดภาคเรียนดังนี้
December 28, 2011 by Abhiboono Bhikkhu
คณะกรรมการวัดได้ปรึกษากันและมีมติว่าจะให้มีการ หลีกเร้น 3 วัน ในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ถึง 2 มกราคม 2555 (เสาร์/อาทิตย์/จ้นทร์) ณ วัดป่าดอนหายโศก. ไม่ต้องสมัครล่วงหน้า มาที่วัดได้เลย จะมีการสอนและพานั่งสมาธิ/เดินจงกรม ตามตารางในการปฏิบัติหลักสูตร 7 วัน กำหนดการมีดังนี้ 31 ธค. 54: เริ่มลงทะเบียนเวลา 9:00 น. ตารางเวลาตามหลักสูตร 7 วัน ดังนี้ (เวลาปฏิบัติจริงอาจมีการคลาดเคลื่อนบ้างตามสถานการณ์) 0430 ตีระฆังปลุก 0430-0500 กิจส่วนตัว (ที่พัก) 0500-0600 ปฏิบัติร่วมกัน (ศาลาปฏิบัติธรรม) 0600-0730 ปฏิบัติ (ศาลาปฏิบัติธรรม หรือ ที่พัก) 0730-0900 อาหารเช้า (โรงภัตตาหาร) 0900-1000 ปฏิบัติโดยการเดิน (ที่พัก หรือ บริเวณวัดฯ) 1000-1100 ปฏิบัติร่วมกัน (ศาลาปฏิบัติธรรม) 1100-1200… [Read more…]
November 24, 2011 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
ธรรมเทศนา หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส (พระครูสิทธิปภากร) วัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ธรรมเทศนานี้ได้รวมรวมและเรียบเรียงใหม่จากชุดที่1และ2 ซึ่งได้แสดงไว้ในที่ต่างๆ นำมาจัดการทางด้านระบบเสียงให้ดีขึ้น ชื่อชุด “รู้อันไหนเทศน์อันนั้น” Audio Files MP3 01สัมมาทิฐิ 38:58 18.9 MB 02รู้อันไหน เทศน์อันนั้น 38:37 16.5 MB 03วิธีปฏิบัติสมาธิเบื้องต้น 57:22 24.1 MB 04การพิจารณา 28:54 14.3 MB 05รากฐานของวิปัสสนา 17:50 26.0 MB 06วิปัสสนาคือความรู้แจ้ง 25:48 9.2 MB 07วิปัสสนาคือการแยกแยะ 38:06 12.8 MB 08กำลังใจ 38:06 18.4 MB 09อนัตตาในตัว 34:07 16.6 MB 10หัวใจศาสนา… [Read more…]
November 20, 2011 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
กัณฑ์เทศน์ ชุดใหม่ล่าสุด ของหลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส เป็นการแสดงธรรมในหลักสูตรการหลีกเร้น ระหว่างวันที่ 12 ถึง 20 พฤศจิกายน 2554 ณ วัดป่าดอนหายโศก ชื่อชุด “ของจริง ของปลอม” มีธรรมเทศนาดังนี้ 01พระพุทธเจ้ามีจริง: 50.55 24.6 MB 02ความจริงที่ต้องรู้: 53.16 25.7 MB 03ปฏิบัติจนรู้แจ้ง เห็นจริง: 39.48 19.6 MB 04ของจริง ของปลอม: 1:04.45 30.8 MB 05ทางไปพระนิพพาน: 29.30 14.9 MB 06เอาธรรมกลับบ้านด้วย: 32.29 18.0 MB
February 7, 2011 by Abhiboono Bhikkhu
ในการหลีกเร้นปฏิบัติ ณ วัดป่าดอนหายโศก จะได้ให้มีการแผ่เมตตา ในตอนท้ายของแต่ละวัน ซึ่งบทแผ่เมตตา ก็หาพบได้ที่นี่ และต่อไปนี้ก็คือ อานิสงส์ของการแผ่เมตตา ใครต้องการหน้าเด้ง ให้แผ่เมตตา ใครต้องการเข้าสมาธิได้เร็ว ให้แผ่เมตตา ใครต้องการให้คนอื่นรัก ให้แผ่เมตตา เมื่อเมตตาเจโตวิมุติอันบุคคลเสพมาแต่แรก ให้เจริญแล้วทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยานที่เทียมดีแล้ว ทำให้เป็นที่ตั้ง ประพฤติสั่งสมเนืองๆ ปรารภสม่ำเสมอดีแล้ว พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ อย่าง คือ หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของพวกมนุษย์ เป็นที่รักของพวกอมนุษย์ เทพยดารักษา ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาสตราก็ดี ไม่ต้องบุคคลนั้น จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว สีหน้าผุดผ่อง ไม่หลงทำกาละ เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมเกิดในพรหมโลก เมื่อเมตตาเจโตวิมุติอันบุคคลเสพมาแต่แรก ให้เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยานที่เทียมดีแล้ว ทำให้เป็นที่ตั้ง ประพฤติสั่งสมเนืองๆ ปรารภสม่ำเสมอดีแล้ว พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ นี้แล.
January 2, 2011 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
ไทยทีวีสี ช่อง 3 ได้มาถ่ายทำ การหลีกเร้นปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา หรือ การปฏิบัติแบบหลีกเร้น ณ วัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในรายการ “ชีวิตไม่สิ้นหวัง” ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 4, 5, 11, 12 ธันวาคม 2553 ได้มาถ่ายทำเมื่อปลายเดือน ตุลาคม 2553 ติดตามชมกันได้เลย
May 15, 2010 by Abhiboono Bhikkhu
การหลีกเร้นปฏิบัติในหลักสูตร จากพุทธโอษฐ์ 7 วัน ณ วัดป่าดอนหายโศก ได้สอนการทำสมาธิด้วยการหายใจ หรือ อานาปานสติ อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อ ก็ได้เคยฝึก การทำสมาธิด้วยการบริกรรม “พุทโธ” ตามที่ครูบาอาจารย์ของท่านได้เคยสอน มาเป็นเวลานานเช่นเดียวกัน การหลีกเร้นปฏิบัติที่วัดป่าดอนหายโศก เราเน้นเรื่องการปฏิบัติตาม ที่ พระพุทธเจ้าสอน คือ พุทธโอษฐ์ เพราะฉะนั้น เราควรต้องรักษาจิต มากกว่า รักษา “พุทโธ” หรือ รักษา “ลมหายใจ” จุดประสงค์ของ post นี้ ก็เพื่อให้ลูกศิษย์ ลูกหาได้ทราบว่า การภาวนานั้น เอาจิตเป็นหลัก ไม่ได้เอาวิธีการเป็นหลัก เอวัง
November 2, 2008 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
ภิกษุ ท.! อาการนอน ๔ อย่าง เหล่านี้ มีอยู่ สี่อย่าง อย่างไร เล่า ? สี่อย่างคือ เปตไสยา กามโภคิไสยา สีหไสยา ตถาคตไสยา ภิกษุ ท.! เปรตไสยา (นอนอย่างเปรต) เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.! โดยมาก พวกเปรต ย่อมนอนหงาย นี้เรียกว่า เปตไสยา ภิกษุ ท.! กามโภคิไสยา (นอนอย่างคนบริโภคกาม) เป็นอย่างไร เล่า ? ภิกษุ ท.! โดยมาก คนบริโภคกาม ย่อมนอนตะแคงโดยข้างเบื้องซ้ายนี้เรียกว่า กามโภคิไสยา ภิกษุ ท.! สีหไสยา (นอนอย่างสีหะ) เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.! สีหะเป็นพญาสัตว์ ย่อมสำเร็จการนอนโดยข้างเบื้องขวา เท้าเหลื่อมเท้าสอดหางไว้ที่ระหว่างแห่งขา สีหะนั้นครั้นตื่นขึ้น… [Read more…]
July 2, 2008 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นายช่างกลึงหรือลูกมือของนายช่างกลึงผู้ขยัน เมื่อชักเชือกกลึงยาวก็รู้ชัดว่าเราชักยาว เมื่อชักเชือกกลึงสั้นก็รู้ชัดว่าเราชักสั้น แม้ฉันใดภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน… เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอกกองลมทั้งปวง หายใจออก (คือลมทั้งหมด) ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอดกองลมทั้งปวง หายใจเข้า (คือลมทั้งหมด) ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจออก (ทำลมหายใจออกให้เบาลง) ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า (ทำลมหายใจเข้าให้เบาลง) ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อม… พิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง (คือทุกส่วนในร่างกายของเรา มี ผม ขน เล็บ เป็นต้น) พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง (คือกายของคนอื่น) พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง (คือทั้งกายของเราเอง และ ทั้งกายของคนอื่น) พิจารณาเป็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง (คือพิจารณาเห็นว่าทุกส่วนในกาย (ผม ขน เล็บ เป็นตัน) มีการเกิด/งอก) พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง (คือพิจารณาเห็นว่ากายนี้ ก็เสื่อมไป แก่ไป) พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง เธอย่อมเป็นอยู่อึกอย่างหนึ่ง คือเข้าไปตั้งสติว่ากายมี ก็เพียงสักว่าเอาไว้รู้ เพียงสักว่าเอาไว้อาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้ไม่ถุกตัณหาและทิฐิเข้าอิงอาศัย และไม่ถือมั้นอะไร ๆ… [Read more…]
July 1, 2008 by หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ด้วยการปฏิบัติอย่างไรภิกษุจึงจะเป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่เสมอ คือภิกษุในพระศาสนานี้ ไปสู่ป่า ไปสู่โคนไม้ หรือไปสู่เรือนว่าง นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า (ตั้งสติไว้ที่จมูก) เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอกกองลมทั้งปวง หายใจออก ย่อมสำเนียกว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอดกองลมทั้งปวง หายใจเข้า ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจออก (ทำลมหายใจออกให้เบาลง) ย่อมสำเนียกว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า (ทำลมหายใจเข้าให้เบาลง) พุทธพจน์นี้ตรง ๆ เลย ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามมา ภาษาอังกฤษว่าอย่างนี้ “And how does a monk remain focused on the body in & of itself? “There is the case where a monk – having gone… [Read more…]
January 6, 2012 by Abhiboono Bhikkhu
1