หลวงพ่อ ดร.สะอาด Web

มิถุนายน 17, 2009

อานิสงส์การแผ่เมตตา

Filed under: สมาธิภาวนา, หลักสูตร7วัน, อานิสงส์ — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 9:54 pm

เมื่อแผ่เมตตาแล้วอย่างถูกต้อง พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ อย่างนี้ คือ

  1. หลับเป็นสุข
  2. ตื่นเป็นสุข
  3. ไม่ฝันร้าย
  4. เป็นที่รักของพวกมนุษย์
  5. เป็นที่รักของพวกอมนุษย์
  6. เทพยดารักษา
  7. ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาตราก็ดี ไม่ต้องบุคคลนั้น
  8. จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว
  9. สีหน้าผุดผ่อง
  10. ไม่หลงทำกาละ
  11. เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมเกิดในพรหมโลก

ในหลักสูตรการปฏิบัติ 7 วัน ที่วัดป่าดอนหายโศกนั้น นอกจากการทำเมตตาภาวนาทุกวันแล้ว ยังให้ทมีการทำำพรหมวิหารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย (ได้แก่ เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา)

พฤษภาคม 19, 2009

ความแตกต่างระหว่างขั้นต่างๆของผู้บรรลุธรรม

Filed under: ทั่วไป, อานิสงส์ — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 7:53 pm

ความดับแห่งสังขารโดยลำดับ ๆ เราได้กล่าวแล้ว ดังนี้คือ :-

เมื่อเข้าสู่ ปฐมฌาน แล้ว วาจา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ ทุติยฌาน แล้ว วิตก และ วิจาร ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ ตติยฌาน แล้ว ปีติ ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ จตุตถฌาน แล้ว อัสสาสะ และ ปัสสาสะ ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ อากาสานัญจายตนะ แล้ว รูปสัญญา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ วิญญาณัญจายตนะ แล้ว อากาสานัญจายตนสัญญา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ อากิญจัญญายตนะ แล้ว วิญญาณัญจายตนสัญญา ย่อมดับ

เมื่อเข้าสู่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ แล้ว อากิญจัญญายตนะสัญญา ย่อมดับ

เมื่อเข้าสู่ สัญญาเวทนยิตนิโรธ แล้ว สัญญา และ เวทนา ย่อมดับ ;

เมื่อภิกษุ สิ้นอาสวะ แล้ว ราคะ ก็ดับ โทสะ ก็ดับ โมหะ ก็ดับ.

อันนี้เด็ดจริง ๆ ไม่มีอะไรจะอธิบายเลย  สมบูรณ์ในคำพูดอยู่แล้ว

สิงหาคม 23, 2008

เหตุที่ทำให้้ค้าขายขาดทุน–ได้กำไร

Filed under: ทาน, อานิสงส์ — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 2:46 pm

ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า — อํ. จตุก 21/79

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
(๑) อะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน
(๒) อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์
(๓) อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้ บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์
(๔) อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์

พระพุทธเจ้าตอบว่า

ดูกรสารีบุตร
(๑) บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ‘ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์’; เขากลับไม่ถวายปัจจัยที่เขาปวารณา ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมขาดทุน

(๒) อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ‘ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์’; แต่เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ไม่เป็นไปตามประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆเขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์์

(๓) อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ‘ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์’; เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ตามที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ประสงค์

(๔) อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ปวารณาว่า ‘ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์’; เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ยิ่งกว่าที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์

ดูกรสารีบุตรนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์์
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกน ี้ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ฯ

มิถุนายน 13, 2008

อานิสงส์ในการเดินจงกรม

Filed under: สมาธิภาวนา, อานิสงส์, เดินจงกรม — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 11:19 am

ภิกษุ ท.! อานิสงส์ในการเดิน (จงฺกม) ๕ อย่าง มีอยู่. ห้าอย่าง อย่างไรเล่า ? ห้าอย่าง คือ

  1. เป็นผู้อดทนต่อการเดินทางไกล
  2. เป็นผู้อดทนต่อการทำความเพียร
  3. เป็นผู้มีอาภาธน้อย
  4. สิ่งที่กินแล้ว ดื่มแล้ว เคี้ยวแล้ว ลิ้มแล้ว ย่อมถึงการย่อยด้วยดี
  5. สมาธิที่ได้ในขณะแห่งการเดิน ย่อมตั้งอยู่ได้นาน

ภิกษุ ท.! อานิสงส์ในการเดิน ห้าอย่างเหล่านี้แล.

– ปญฺจก. อํ. ๒๒/๓๑/๒๙

อานาปานสติกรรมฐาน มีอานิสงส์ 12 ประการ

Filed under: สมาธิภาวนา, อานาปานสติ, อานิสงส์ — หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส @ 11:14 am
  1. สามารถตัดเสียซึ่งวิตก มีกามวิตก เป็นตัน เพราะเป็นธรรมอันละเอียดและประณีต
  2. เป็นธรรมเครื่องพักอยู่อันละมุนละไมและเป็นสุข
  3. เจริญให้มาก ทำให้มากแล้วย่อมยังสติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์ เมื่อสติปัฎฐาน 4 อันบุคคลเจริญให้มากทำให้มากแล้ว ย่อมยังโพชงฌ์ 7 ให้บริบูีรณ์ เมื่อบุคคบยังโพชงฌ์ 7 ให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์
  4. ผู้ที่ได้สำเร็จอรหัตผล โดยอาศัยการเจริญอานาปานสติกรรมฐานเป็นบาท ย่อมกำหนดรู้ในอายุสังขารของตนว่าจะอยู่ไปได้เท่าไร และสามารถรู้กาลเวลาที่จะปรินิพพานด้วย
  5. หลับเป็นสุข ไม่ดิ้นรน
  6. ตื่นก็เป็นสุขคือมีใจเบิกบาน
  7. มีร่างกายสงบเรียบร้อย (มีกายไม่โยกโคลง)
  8. มีหิริโอตตัปปะ
  9. น่าเลื่อมใส
  10. มีอัธยาศัยประณีต
  11. เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
  12. ถ้ายังไม่ได้สำเร็จมรรค ผล นิพพาน เมื่อธาตุขันธ์แตกดับลงก็มีสุตคิโลกสวรรค์เป้นที่ไปในเบื้องหน้า

บลอกที่ WordPress.com .