Skip to content

ปฏิทินการปฏิบัติประจำปี 2553

ตุลาคม 2, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

การปฏิบัติหลีกเร้น ใน ปี 2553 (2010) มี 9 ครั้งดังนี้

  • กุมภาพันธ์ 6 – 14
  • เมษายน 17 – 25
  • พฤษภาคม 1 – 9
  • กรกฏาคม 3 – 11
  • สิงหาคม 7 – 15
  • กันยายน 11 – 19
  • ตุลาคม 9 – 17
  • พฤศจิกายน 13 – 21
  • ธันวาคม   4 – 12

โปรดสมัครล่วงหน้า อย่างน้อย 10 วัน เพื่อจะได้เตรียมเรื่องสถานที่ให้พร้อม

ปฏิทินการปฏิบัติในปี 2552 ยังมีอีก 2 ครั้งดังนี้

  • 2552 ตุลาคม 17 – 25  (เกือบเต็มแล้ว)
  • 2552 ธันวาคม  5 – 13

ผู้ว่าง่าย

กันยายน 30, 2009
โดย Abhiboono Bhikku

ภิกษุ ท ! ภิกษุบางรูป ในกรณีนี้ เป็นผู้สงบเสงี่ยมเต็มที่อยู่ได้ อ่อนน้อมถ่อมตนเต็มที่อยู่ได้ เยือกเย็นเต็มที่อยู่ได้ เพียงชั่วเวลาที่ถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบเท่านั้น ก็เมื่อใดถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบอยู่ ก็ยังสงบเสงี่ยมอยู่ได้ นั่นแหละจึงเป็นที่รู้กันได้ว่าสงบเสงี่ยมจริง, ยังอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ได้ จึงจะอ่อนน้อมถ่อมตนจริง, ยังเยือกเย็นอยู่ได้ จึงจะว่าเยือกเย็นจริง.

ภิกษุ ท ! ภิกษุใด เป็นผู้ว่าง่าย หรือถึงความเป็นผู้ว่าง่าย เพราะ เหตุเพื่อจะได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานเภสัช เราไม่กล่าวภิกษุนั้นว่าเป็นผู้ว่าง่ายเลย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ข้อนั้นเพราะเหตุว่า ภิกษุนี้เมื่อไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช อยู่ ก็จะไม่เป็นผู้ว่าง่าย ไม่ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย.

ภิกษุ ท ! ส่วนภิกษุใด สักการะธรรมอยู่ เคารพธรรมะอยู่ นอบ น้อมธรรมมะอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่ายอยู่ : นั่นแหละเรากล่าวว่า ผู้ว่าง่ายแท้จริง.  ภิกษุ ท ! เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ เธอทั้งหลาย พึงทำการศึกษาสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราจักเป็นผู้สักการะธรรมอยู่เคารพธรรมะอยู่นอบน้อมธรรมะอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย” ดังนี้

– มู. ม. ๑๒/๒๕๔/๒๖๖

เจ้านายให้เงินเดือนเรา เราจึงเป็นผู้ว่าง่าย (เพราะเหตุแห่งจีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และเภสัช) นั้นไม่ใช่ผู้ว่าง่ายที่แท้จริงเด้อ

มาวิเวกหลีกเร้น

สิงหาคม 5, 2009
โดย Abhiboono Bhikku

การปฏิบัติสมาธิวิปัสสนาสามารถทำได้ตลอดเวลา เพราะทำที่กาย ทำที่จิต ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ ก็จงปฏิบัติให้เป็นผู้ไม่ลืมหลงในลมได้

เพราะฉะนั้นการมาเข้าคอร์สปฏิบัติ 7 วันนั้น จงอย่าคิดว่าเป็นแค่การมาฝึกปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็นการมา “วิเวกหลีกเร้น” โดยใช้สถานที่ของวัดป่าฯให้เป็นประโยชน์

การวิเวกหลีกเร้นนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ดังที่พระผู้มีพระภาคเคยตรัสไว้ว่า

เธอ ผู้หลีกเร้น ย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง, รู้ได้ตามเป็นจริงซึ่งอะไรเล่า ? เป็นจริง ซึ่ง ความจริงอันประเสริฐ ว่า “นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดความดับไม่เหลือของทุกข์, และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับของทุกข์;” ดังนี้.

พวกเธอทั้งหลาย จงประกอบความเพียรในการหลีกเร้นเถิด. เธอผู้หลีกเร้น ย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง.

ดังนั้นในปีหนีง ๆ ควรจะหาเวลามา “วิเวกหลีกเร้น” สัก 1-2 ครั้ง เป็นเวลาครั้งละ 7 วัน หรือถ้ามีความพอใจในการช่วยเหลือผู้อื่นในการ วิเวกหลีกเร้น ก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยงานธรรมได้ เรายังขาดผู้ช่วยงานธรรม อยู่มากทีเดียวในตอนนี้

สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ การหลีกเร้น (หลักสูตร 7 วัน) ได้ที่นี่

คอยพบกับสิ่งใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ คือ

  1. ตารางหลักสูตร ปี 2553
  2. เว็บไชท์ใหม่ของวัดป่าดอนหายโศก

ธุดงควัตร 1

กรกฎาคม 23, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

ในพรรษานี้ ที่วัดป่าดอนหายโศกมีพระที่ถึอธุดงควัตร หลวงพ่อจึงมีความพอใจที่จะอธิบายเรื่องธุดงควัตรให้ลูกศิษย์ที่ทราบแล้ว หรือยังทราบไม่ละเอียด หรือที่ต้องการทราบให้อ่านกัน โดยจะต้องใช้ post หลาย posts ด้วยกันอยู่

ในตอนแรกนี้จะอธิบายให้ทราบถึงธุดงควัตรที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ทั้งหมดโดยสังเขปก่อนดังนี้คือ

  1. สมาทานถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
  2. สมาทานถือเพียงเฉพาะผ้าไตรจึวรเป็นวัตร
  3. สมาทานถือเที่ยวบิณฑบาตรเป็นวัตร
  4. สมาทานถือฉันเฉพาะอาหารที่ได้จากการบิณฑบาตรเป็นวัตร
  5. สมาทานถือฉันวันละมื้อเดียวเป็นวัตร
  6. สมาทานถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
  7. สมาทานถือห้ามภัตที่นำมาถวายภายหลังเป็นวัตร
  8. สมาทานถืออยู่ป่าเป็นวัตร
  9. สมาทานถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร
  10. สมาทานถืออยู่ที่แจ้งเป็นวัตร
  11. สมาทานถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร
  12. สมาทานถืออยู่ในที่เขาจัดไว้ให้อย่างไรเป็นวัตร
  13. สมาทานถือไม่นอนเป็นวัตร

ธุดงควัตรบางข้อนี้ก็ทำพร้อมกันได้ บางข้อก็ทำพร้อมกันไม่ได้

ธุดงควัตรเป็นสิ่งที่หนุนศีล และทำให้จิตใจเข้มแข็งขี้น

ในคราวต่อไปจะอธิบายให้ทราบถึงจุดประสงค์การสมาทานธุดงค์ และรายละเอียดของธุดงควัตรแต่ละข้อ

ยาตามธรรมวินัย

มิถุนายน 22, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

วันนี้ได้รับมะขามป้อมอบแห้ง ซึ่งเป็นยาที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ภิกษุฉันได้ในเวลาวิกาล (หลัง 12.00น.)

นอกจากนี้ยังมี “เภสัช 5″ ซึงพระผู้มีพระุภาคอนุญาติให้เป็นยาได้อีก นั่นคือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย. รวมถึงส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ที่ใช้เป็นยาได้ด้วย

อานิสงส์การแผ่เมตตา

มิถุนายน 17, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

เมื่อแผ่เมตตาแล้วอย่างถูกต้อง พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ อย่างนี้ คือ

  1. หลับเป็นสุข
  2. ตื่นเป็นสุข
  3. ไม่ฝันร้าย
  4. เป็นที่รักของพวกมนุษย์
  5. เป็นที่รักของพวกอมนุษย์
  6. เทพยดารักษา
  7. ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาตราก็ดี ไม่ต้องบุคคลนั้น
  8. จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว
  9. สีหน้าผุดผ่อง
  10. ไม่หลงทำกาละ
  11. เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมเกิดในพรหมโลก

ในหลักสูตรการปฏิบัติ 7 วัน ที่วัดป่าดอนหายโศกนั้น นอกจากการทำเมตตาภาวนาทุกวันแล้ว ยังให้ทมีการทำำพรหมวิหารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย (ได้แก่ เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา)

การแผ่เมตตาให้แก่ตนและคนอื่น

มิถุนายน 16, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

มีบทว่าดังนี้

อหัง สุขิืโต โหมิ: ขอเราจงถึงซึ่งความสุขเถิด

นิทฺทุกโข โหมิ: ขอเราจงปราศจากความทุกข์เถิด

อเวโร โหมิ: ขอเราจงอย่าได้มีเวรมีภัยเลย

อัพยาปัชโฌ โหมิ: ขอเราอย่างได้มีความเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีโฆ โหมิ: ขอเราจงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ: ขอเราจงเป็นผู้มีความสุข รักษาตนอยู่เถิด

(ติดตามตอนต่อไปในเรื่องของอานิสงส์ของการแผ่เมตตา)

ชวนมาปฏิบัติธรรม

พฤษภาคม 31, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

วันที่ 13 มิถุนายน อีกไม่กี่วัน ก็จะมีการปฏิบัติสมาธิวปัสสนาแล้ว หลวงพ่อจึงอยากชวนลูกศิษย์ทุกคนที่มีเวลาหรือพอจะหาเวลามาได้ ให้มาเข้า course หลักสูตร 7 วัน

ให้ส่งใบสมัครมาก่อน เมื่อมาถึงอุดรแล้ว ก็มีรถไปรับให้ อาหารการกินเรามีเตรียมไว้พร้อม

เชิญชวนทุกท่านทุกคน

ความแตกต่างระหว่างขั้นต่างๆของผู้บรรลุธรรม

พฤษภาคม 19, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

ความดับแห่งสังขารโดยลำดับ ๆ เราได้กล่าวแล้ว ดังนี้คือ :-

เมื่อเข้าสู่ ปฐมฌาน แล้ว วาจา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ ทุติยฌาน แล้ว วิตก และ วิจาร ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ ตติยฌาน แล้ว ปีติ ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ จตุตถฌาน แล้ว อัสสาสะ และ ปัสสาสะ ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ อากาสานัญจายตนะ แล้ว รูปสัญญา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ วิญญาณัญจายตนะ แล้ว อากาสานัญจายตนสัญญา ย่อมดับ ;

เมื่อเข้าสู่ อากิญจัญญายตนะ แล้ว วิญญาณัญจายตนสัญญา ย่อมดับ

เมื่อเข้าสู่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ แล้ว อากิญจัญญายตนะสัญญา ย่อมดับ

เมื่อเข้าสู่ สัญญาเวทนยิตนิโรธ แล้ว สัญญา และ เวทนา ย่อมดับ ;

เมื่อภิกษุ สิ้นอาสวะ แล้ว ราคะ ก็ดับ โทสะ ก็ดับ โมหะ ก็ดับ.

อันนี้เด็ดจริง ๆ ไม่มีอะไรจะอธิบายเลย  สมบูรณ์ในคำพูดอยู่แล้ว

เสี้ยนหนาม

เมษายน 24, 2009
โดย หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส

ความยินดีในการระคนด้วยหมู่ เป็นเสี้ยนหนามแก่ ผู้ยินดีในปวิเวก

การตามประกอบในสุภนิมิต เป็นเสี้ยนหนามแก่ ผู้ตามประกอบในอสุภนิมิต

การดูการเล่น เป็นเสี้ยนหนามแก่ ผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย

การเกี่ยวข้องด้วยเพศตรงข้าม เป็นเสี้ยนหนามแก่ พรหมจรรย์

เสียง เป็นเสี้ยนหนามแก่ ปฐมฌาน

วิตกวิจาร เป็นเสี้ยนหนามแก่ ทุติยฌาน

ปีติ เป็นเสี้ยนหนามแก่ ตติยฌาน

อัสสาสะปัสสาสะ (ลมหายใจเข้า/ออก) เป็นเสี้ยนหนามแก่ จตุตถฌาน

สัญญาและเวทนา เป็นเสี้ยนหนามแก่ สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ

ราคะ เป็นเสี้นหนาม

โทสะ เป็นเสี้ยนหนาม

พวกเธอจงเป็นผู้ไม่มีเสี้ยนหนาม อยู่เถิด. พวกเธอจงเป็นผู้หมดเสี้ยนหนาม อยู่เถิด. พระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นผู้ไม่มีเสี้ยนหนาม หมดเสี้ยนหนาม แล.

– ทสก. อํ. 24/145/72