อานาปานสติคือกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังค์ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า. เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า

จากพุทธพจน์บทนี้ แสดงให้เห็นถึงวิธีเจริญอานาปานสติตามลำดับ. คนส่วนใหญ่ แค่ถึงขั้นแรก หลวงพ่อสอนก็ได้แล้ว ยังไม่ทันต้องทำอีก 16 ขั้นตอนที่เหลือ

เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว, เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว.
เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น, เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำกายสังขารให้สงบรำงับอยู่ หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำกายสังขารให้สงบรำงับอยู่ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งปีติ หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งปีติ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งสุข หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งสุข หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตตสังขารให้สงบรำงับอยู่ หายใจเข้าอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตตสังขาร ให้สงบรำงับอยู่ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งจิต หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้รู้สึกพร้อมเฉพาะซึ่งจิต หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์บันเทิงอยู่ หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์บันเทิงอยู่ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ดำรงจิตให้ตั้งมั่นอยู่ หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ดำรงจิตให้ตั้งมั่นอยู่ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตให้ปลดปล่อยอยู่ หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้ทำจิตให้ปลดปล่อยอยู่ หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความจางคลาย หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นเครื่องจางคลาย หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความดับสนิท หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นเครื่องดับสนิท หายใจเข้าอยู่”.

เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นเครื่องสลัดกลับหลัง หายใจออกอยู่”,
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นเครื่องสลัดกลับหลัง หายใจเข้าอยู่”. ดังนี้.

Advertisements
This entry was posted in อานาปานสติ. Bookmark the permalink.