วัฒนธรรมสำหรับพระที่อยู่ป่า

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ 
กิจอันภิกษุ (ผู้บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า) ผู้ฉลาดในประโยชน์ใคร่จะบรรลุสันตบท (มรรค ผล นิพพาน) อยู่เสมอพึงกระทำก็คือ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ
๑. พึงเป็นผู้อาจหาญ ๒. เป็นคนตรง ๓. เป็นคนซื่อ

สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
๔. เป็นผู้ว่าง่าย ๕.อ่อนโยน ๖. ไม่เย่อหยิ่ง

สันตุสสะโก จะ สุภะโรจะ
๗. เป็นผู้สันโดษ ๘. เป็นผู้เลี้ยงง่าย

อัปปกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
๙. เป็นผู้มีกิจน้อย ๑๐. มีความประพฤติเบาพร้อม (คือไม่สะสม)

สันตินทริโย จะ นิปาโก จะ
๑๑. มีอินทรีย์อันสงบระงับ ๑๒. มีปัญญารักษาตน

อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
๑๓. เป็นผู้ไม่คะนอง ๑๔. เป็นผู้ไม่พัวพันกับชาวบ้าน

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เย นะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
๑๕. ไม่พึงประพฤติในสิ่งที่เลวทรามใด ๆ ที่เป็นเหตุให้คนอื่น ซึ่งเป็นผู้รู้ ติเตียนเอาได้ (เป็นผู้มีเมตตาจิตในสัตว์ทั้งหลาย)

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
๑๖. จงเจริญเมตตาจิตว่า ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีความสุขกาย สุขใจ มีแต่ความเกษมสำราญเถิด

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ
๑๖.๑ สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย ทุกเหล่าหมดบรรดามี

ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
๑๖.๒ ที่เป็นประเภทเคลื่อนไหวได้ก็ดี ประเภทอยู่กับที่ก็ดี

ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา
๑๖.๓ เป็นสัตว์มีขนาดลำตัวยาว ปานกลาง หรือสั้นก็ดี เป็นสัตว์มีลำตัวใหญ่ ปานกลาง หรือเล็กก็ดี เป็นชนิดมีลำตัวละเอียดหรือมีลำตัวหยาบก็ดี

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา
๑๖.๔ เป็นจำพวกที่ได้เห็นแล้ว หรือไม่ได้เห็นก็ดี

เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
๑๖.๕ เป็นผู้อยู่ในที่ไกล หรือในที่ใกล้ก็ดี

ภูตา วา สัมภะเวสี วา
๑๖.๖ เป็นผู้ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาที่เกิดอยู่ก็ดี

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
๑๖.๗ ขอสัตว์ทั้งปวงนั้น จงเป็นผู้มีความสุขกายสุขใจเถิด

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ
๑๗. บุคคลไม่พึงข่มเหงกัน

นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
๑๘. ไม่พึงดูหมิ่นเหยียดหยามกัน ไม่ว่าในที่ไหน ๆ

พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
๑๙. ไม่พึงคิดก่อทุกข์ให้แก่กันและกัน เพราะความโกรธ และเพราะความเคียดแค้น

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
๑๙.๑ มารดาถนอมบุตรคนเดียว ผู้เกิดในตน ด้วยการยอมสละชีวิตของตนแทน ฉันใด

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมานัง
๑๙.๒ พึงเจริญเมตตาจิตอันกว้างใหญ่ อันหาประมาณมิได้ ในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้นเถิด

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
๒๐. พึงเจริญเมตตาจิตอันกว้างใหญ่ อันหาขอบเขตมิได้ อันไม่มีเวร ไม่มีศัตรูคู่ภัย ไปในสัตว์โลกทั้งสิ้น ทั้งในทิศเบื้องบน ในทิศเบื้องต่ำ และในทิศขวาง

ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะ ตัสสะ วิคะตะมิทโธ
๒๑. ผู้เจริญเมตตาจิตอย่างนี้นั้น ปรารถนาจะตั้งสติในเมตตาฌานให้นาน เพียงใด ท่านผู้นั้นจะอยู่ในอิริยาบถยืน เดิน นั่ง หรือนอนก็ตาม พึงเป็นผู้ปราศจากความท้อแท้

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
๒๑.๑ ก็จะตั้งสตินั้นไว้ได้นานเพียงนั้น

พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
๒๒. บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตาวิหารธรรมนี้ว่าเป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้

ผลที่พึงได้รับจากกรณียเมตตสูตร

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา
๑. บุคคลผู้นั้นละความเห็นผิด คือ สักกายทิฐิเสียได้ เป็นผู้มีศีล

ทัสสะเนนะ สัมปันโน
๒. ถึงพร้อมแล้ว ด้วยญาณทัสสนะ (คือการเห็นอริยสัจ ๔ ด้วยญาณ ซึ่งเป็นองค์แห่งโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
๓. สามารถกำจัดความยินดี ในกามทั้งหลายเสียได้ (ด้วยอนาคามิมรรค)

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ.
๔. ย่อมไม่ถึงซึ่งการนอนในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียวแล.

Advertisements
This entry was posted in ทั่วไป, พระวินัย. Bookmark the permalink.

2 Responses to วัฒนธรรมสำหรับพระที่อยู่ป่า

  1. CLICK says:

    น่าสนใจมาก

    —————————————————–
    10 อันดับ พระเครื่อง ยอดนิยม

  2. ลูกศิษย์ says:

    สาธุเจ้าค่ะ ความหมายคำแปลดีมากๆเจ้าค่ะ (หนูได้พิมพ์คำว่าเมตตาในช่อง Search)
    กราบนมัสการขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ

Comments are closed.